อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน-คอนโด 2569 พร้อม MRR ทุกธนาคารล่าสุด

article image

Main Point


  • ดอกเบี้ยบ้านคือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้ต้องชำระให้ธนาคารจากการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งกำหนดอัตราแน่นอนในช่วงเวลาหนึ่งหรือตลอดสัญญา และดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งปรับเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงของธนาคาร เช่น MRR ทำให้ค่างวดอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต อย่างเดือนมกราคมปี 2569 ที่มีค่า MRR เริ่มต้น 6.195%

  • การกู้บ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ เริ่มจากการเลือกช่วงเวลากู้ที่เหมาะกับภาวะดอกเบี้ย พร้อมเปรียบเทียบดอกเบี้ยโปรโมชันควบคู่กับค่า MRR ของธนาคาร พิจารณาข้อเสนอพิเศษ เช่น การทำ MRTA หรือสิทธิ์เฉพาะกลุ่มอาชีพ รวมถึงการวางแผนรีไฟแนนซ์เมื่อครบช่วงโปรโมชัน ก็ช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้



สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด การทำความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยบ้านถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ Bangkok Citismart ชวนทำความเข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยบ้าน พร้อมอัปเดตดอกเบี้ยบ้าน-คอนโด ปี 2569 ทั้งดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกและค่า MRR ล่าสุดจากธนาคารชั้นนำ เพื่อให้ตัดสินใจได้รอบคอบมากขึ้น


ตารางอัตราดอกเบี้ยบ้าน-คอนโดทุกธนาคารล่าสุด มกราคม 2569

ตารางด้านล่างเป็นการสรุปข้อมูลอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในช่วง 3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (MRR) วงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลากู้ เพื่อช่วยให้ผู้กู้สามารถพิจารณาและวางแผนเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับตนเองได้ง่ายขึ้น


ธนาคาร
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก
MRR
วงเงินกู้สูงสุด
ระยะเวลากู้ (ปี)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส)
2.78%
6.195%
100%
40 ปี
ธนาคารออมสิน
3.20%
6.195%
110%
30 ปี
ธนาคารกรุงไทย
3.13%
6.945%
100%
40 ปี
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์
2.81%
8.230%
100%
40 ปี
ธนาคารกสิกรไทย
2.95%
6.680%
100%
30 ปี
ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)
3.10%
7.205%
100%
35 ปี
ธนาคารไทยพาณิชย์
2.73%
6.675%
100%
30 ปี
ธนาคารกรุงเทพ
3.15%
6.600%
100%
30 ปี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
2.65%
6.770%
100%
30 ปี
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
3.025%
7.650% (MLR)
110%
40 ปี

*อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยล่าสุดเดือนมกราคม 2569


ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อเป็นข้อมูลจากประกาศของแต่ละธนาคาร ณ ช่วงเวลาที่จัดทำ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของสถาบันการเงิน คุณสมบัติผู้กู้ และเงื่อนไขของแต่ละโครงการ ทั้งนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมกับธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจทำสัญญา


รวม 10 สินเชื่อบ้าน-คอนโดดอกเบี้ยต่ำ เลือกธนาคารไหนดี

หญิงสาวใช้เครื่องคิดเลขคำนวณก่อนตัดสินใจเลือกสินเชื่อบ้านและคอนโดดอกเบี้ยต่ำ


1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส - GHB)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดตัวสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2569 สำหรับผู้ที่ทำประกัน MRTA/MLTA อัตราดอกเบี้ยปีแรก 2.40% ปีที่สอง 3.40% และปีที่สาม MRR -2.445% เมื่อยื่นกู้ระหว่าง 5 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569 และจดทำนิติกรรมภายใน 30 เมษายน 2569 กำหนดระยะเวลากู้ 3-40 ปี รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 70 ปี พิเศษเฉพาะลูกค้าที่ยื่นกู้ผ่านเว็บไซต์ ghbbigfamily.com รับส่วนลดดอกเบี้ยปีแรก 0.25%

ที่มา: ธนาคารอาคารสงเคราะห์


2. ธนาคารออมสิน (GSB)

สำหรับผู้ที่ยื่นคำขอสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2568 ถึง 15 มกราคม 2569 และจดทำนิติกรรมสัญญาภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ โดยปีแรกเริ่มต้น 1.990% ต่อปี และปีที่สองถึงสามอัตรา 3.805% ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.200% ต่อปี สำหรับผู้ที่ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อตามเงื่อนไขของธนาคาร พร้อมรับการสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ สำหรับที่อยู่อาศัยมูลค่า ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป

ที่มา: ธนาคารออมสิน


3. ธนาคารกรุงไทย (KTB)

สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับพนักงานประจำ เจ้าของกิจการ อาชีพอิสระ และบุคลากรภาครัฐ วงเงินกู้มากกว่า 7 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำสุด 3.13% โดยปีที่หนึ่ง 2.29% ปีที่สอง 3.50% และปีที่สาม 3.60% ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี สำหรับผู้ทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ สามารถยื่นคำขอได้ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569

ที่มา: ธนาคารกรุงไทย


4. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ (LH Bank)

สินเชื่อบ้านใหม่ Home 1st Class สำหรับผู้ที่ทำประกัน MRTA/MLTA (ไม่ฟรีค่าจดจำนอง) ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 2.64% ต่อปี ปีที่สองและสามคิดอัตรา MRR -5.56% (ประมาณ 2.67%) และหลังจากนั้น MRR -3.01% คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีประมาณ 2.66% ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 40 ปี โดยมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2569

ที่มา: ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์


5. ธนาคารกสิกรไทย (KBank)

ธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวสินเชื่อบ้าน ชีวิตดี มีบ้านหลังใหม่ สำหรับผู้ทำประกันตามเงื่อนไข โดยอัตราดอกเบี้ยปีแรก 1.99% ปีที่สอง 4.00% และปีที่สาม 4.36% เฉลี่ยสามปี 3.45% กู้ได้สูงสุด 90% ของราคาทรัพย์ และสูงสุด 110% สำหรับทรัพย์ NPA ผ่อนสบายสูงสุด 30 ปี รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 70 ปี สำหรับผู้ยื่นกู้ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569 และจดจำนองภายใน 30 เมษายน 2569

ที่มา: ธนาคารกสิกรไทย


6. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)

สินเชื่อบ้านใหม่-บ้านมือสอง จากธนาคารทหารไทยธนชาต เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่สามปีแรกเริ่ม 3.10% ต่อปี และหลังจากปีที่ 3 คิดอัตรา MRR -1.280% วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนสบายได้นานสูงสุด 35 ปี พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และทางเลือกฟรีค่าจดจำนอง ตามเงื่อนไขธนาคาร

ที่มา: ธนาคารทหารไทยธนชาต


7. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

สินเชื่อบ้านหลังแรกจากธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับลูกค้ากลุ่ม Strategic Group ที่ทำประกัน Credit Life ได้อัตราดอกเบี้ย ปีที่หนึ่ง 2.55% ปีที่สองและสาม MRR -3.78% คิดเป็นดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 2.78% ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี และเมื่อรวมอายุผู้กู้แล้วไม่เกิน 65 ปี

ที่มา: ธนาคารไทยพาณิชย์


8. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

ธนาคารกรุงเทพ มีสินเชื่อบ้านและคอนโดพร้อมทางเลือกดอกเบี้ยหลากหลาย สำหรับกลุ่มวิชาชีพเฉพาะและพนักงานรายได้สูง โดยให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสามปีต่ำสุดเฉลี่ย 3.15% ปีแรก 2.75% ปีที่สองและปีที่สาม MRR -3.30% ผ่อนได้นานสูงสุด 30-35 ปี ตามเงื่อนไขอายุผู้กู้ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของมูลค่าหลักประกัน

ที่มา: ธนาคารกรุงเทพ


9. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

สินเชื่อบ้านกรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุดสามปีแรก 2.65% สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโด โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน ทั้งนี้ สำหรับผู้รับเงินเดือนผ่านกรุงศรีที่ยื่นกู้ภายใน 30 เมษายน 2569 สามารถรับส่วนลดดอกเบี้ย 0.25% จากอัตราปกติในปีแรก และฟรีค่าประเมินหลักประกัน

ที่มา: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา


10. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)

สินเชื่อที่อยู่อาศัย KKP HOME LOAN วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท และสามารถกู้ได้สูงสุด 110% ของราคาประเมิน พร้อมวงเงินสำรองผ่าน KKP Home Flexi ผ่อนนานสูงสุด 40 ปี กู้ร่วมได้สูงสุด 4 คน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.925% โดยปีแรกและปีที่สอง 2.925% ส่วนปีที่ 3 MLR -4.625% หลังจากนั้นคิดอัตรา MLR -1.50% และสามารถกู้ร่วมได้สูงสุด 4 คน

ที่มา: ธนาคารเกียรตินาคินภัทร


วิธีคํานวณดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านแบบง่าย ๆ

วิธีคํานวณดอกเบี้ยกู้บ้านแบบง่าย ๆ


สินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วง 1-3 ปีแรก มักกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ เพื่อช่วยลดภาระผ่อนในระยะแรก หลังจากพ้นช่วงโปรโมชัน ธนาคารจะปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นแบบลอยตัว ซึ่งอ้างอิงจาก MRR ของธนาคารในขณะนั้น ทำให้ค่างวดผ่อนบ้านอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้


สูตรคำนวณดอกเบี้ยกู้บ้านแบบง่าย ๆ

ค่างวดต่อเดือน = [วงเงินกู้ + (วงเงินกู้ × อัตราดอกเบี้ย × ระยะเวลากู้)] ÷ จำนวนเดือนที่ผ่อน


ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยกู้บ้านแบบง่าย ๆ

นาย B ต้องการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงิน 3,500,000 บาท ระยะเวลาผ่อน 30 ปี (360 เดือน) โดยธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.9% ต่อปี ในช่วง 3 ปีแรก หลังจากนั้นปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว MRR + 1.6% หากในช่วงหลังครบ 3 ปี ธนาคารประกาศ MRR เท่ากับ 3.6% จะเท่ากับอัตราดอกเบี้ยใหม่ 5.2% ต่อปี


ค่างวดในช่วง 3 ปีแรก:

[3,500,000 + (3,500,000 × 2.9% × 30)] ÷ 360 = ประมาณ 17,600 บาทต่อเดือน


ค่างวดหลังจากปีที่ 3 เป็นต้นไป:

[3,500,000 + (3,500,000 × 5.2% × 30)] ÷ 360 = ประมาณ 23,700 บาทต่อเดือน


ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร มีกี่ประเภท

ดอกเบี้ยบ้าน คือค่าใช้จ่ายที่ผู้กู้ต้องชำระให้ธนาคารจากการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ดอกเบี้ยคงที่ และดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งมีรายละเอียดที่ควรรู้ ดังนี้


1. ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)

ดอกเบี้ยคงที่ของสินเชื่อรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงบ้าน-คอนโด


ดอกเบี้ยคงที่ คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่คำนวณดอกเบี้ยจากเงินต้นเต็มจำนวน โดยดอกเบี้ยจะไม่ลดลงตามต้นทุนของสถาบันการเงิน ทำให้ผู้กู้สามารถวางแผนทางการเงินได้ง่ายขึ้น จากการผ่อนชำระค่างวดเท่ากันทุกงวดตลอดสัญญาหรือในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งดอกเบี้ยคงที่มี 3 ประเภท ดังนี้


1. ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา

ดอกเบี้ยที่กำหนดอัตราเดียวตั้งแต่เริ่มกู้จนถึงงวดสุดท้าย โดยคำนวณจากเงินต้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้กู้ทราบค่างวดแน่นอนตลอดสัญญา


2. ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วงแรก

ดอกเบี้ยที่กำหนดอัตราคงที่ในช่วงเริ่มต้นของสัญญาเท่านั้น เช่น 1-3 ปีแรก หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัวหรืออัตราอื่นตามที่สถาบันการเงินกำหนด


3. ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได

ดอกเบี้ยที่กำหนดอัตราแตกต่างกันเป็นช่วง ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ปีที่ 1-2 อัตรา 3% ปีที่ 3-5 เพิ่มขึ้นเป็น 5% แล้วปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว


2. ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)

ดอกเบี้ยลอยตัวจะมีการปรับตามสภาพเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงิน


อัตราดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการปรับเปลี่ยนตามอัตราอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยพิจารณาจากต้นทุนและนโยบายของธนาคาร ภาวะเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ การคำนวณดอกเบี้ยจะอ้างอิงจากเงินต้นคงเหลือจริงตลอดอายุสัญญา ซึ่งอาจทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสภาวะตลาด


1. ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี มักใช้กับสินเชื่อธุรกิจหรือสินเชื่อระยะยาวที่มีความเสี่ยงต่ำ


2. ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate)

อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นอัตราดอกเบี้ยที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด


3. ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate)

อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับสินเชื่อเบิกเกินบัญชี (OD) มักใช้กับภาคธุรกิจ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า MLR และ MRR เนื่องจากความเสี่ยงและความยืดหยุ่นในการใช้เงิน


สำหรับผู้ที่สนใจกู้สินเชื่อบ้าน-คอนโดสามารถทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเพิ่มเติมได้ที่ ทำความเข้าใจดอกเบี้ย MLR MOR MRR คืออะไร พร้อมวิธีคำนวณอย่างง่าย เพื่อประเมินภาระผ่อนชำระระยะยาวได้อย่างเหมาะสม


รวม 3 เทคนิคกู้ซื้อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ

1. เปรียบเทียบดอกเบี้ยโปรโมชันควบคู่กับค่า MRR ของธนาคาร

คู่รักกำลังช่วยกันหาข้อมูลเปรียบเทียบดอกเบี้ยและค่า MRR ของแต่ละธนาคาร


แม้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นตัวเลขสำคัญในการตัดสินใจ แต่ผู้กู้ไม่ควรมองข้ามค่า MRR ของแต่ละธนาคาร เนื่องจากเมื่อพ้นช่วงโปรโมชัน ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจะถูกปรับเป็นอัตราลอยตัวที่อ้างอิงจาก MRR หากธนาคารใดมี MRR สูง ย่อมส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยในระยะยาวเพิ่มขึ้น แม้ดอกเบี้ยช่วงแรกจะดูต่ำกว่าธนาคารอื่นก็ตาม


2. ดูข้อเสนอพิเศษจากธนาคาร เช่น ทำ MRTA หรือสิทธิพิเศษของกลุ่มอาชีพ

ตัวแทนจากธนาคารกำลังนำเสนอโปรโมชันเกี่ยวกับสินเชื่อบ้าน-คอนโด


หลายธนาคารมักมีโปรโมชันอย่าง ดอกเบี้ยพิเศษหรือเงื่อนไขพิเศษ สำหรับลูกค้าบางกลุ่ม เช่น


  • การทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) เป็นการทำประกันเพื่อคุ้มครองสินเชื่อบ้าน-คอนโดให้ครอบครัวไม่ต้องรับภาระหนี้ที่เหลืออยู่ หากผู้กู้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงได้รับข้อเสนออย่างการได้รับดอกเบี้ยอัตราพิเศษ

  • สิทธิพิเศษสำหรับบุคลากรในอาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ อาจได้รับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำกว่าอาชีพอื่น เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขสิทธิ์พิเศษจากธนาคาร



3. วางแผนรีไฟแนนซ์เมื่อครบช่วงโปรโมชัน

เมื่อครบช่วงโปรโมชันในปี 2026 ก็เตรียมวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน


เมื่อพ้นช่วงดอกเบี้ยคงที่ หรืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวปรับตัวสูงขึ้น การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าในขณะนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยลดภาระดอกเบี้ยทั้งในค่างวดและดอกเบี้ยรวมได้


สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนรีไฟแนนซ์บ้านหรือคอนโด สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ผ่อนบ้านครบ 3 ปี Retention หรือ Refinance คุ้มกว่ากัน


รวมคำถามน่ารู้เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยบ้าน

ดอกเบี้ยบ้านกับดอกเบี้ยคอนโดแตกต่างกันหรือไม่?

สถาบันการเงินส่วนใหญ่มักกำหนดอัตราดอกเบี้ยทั้งบ้านและคอนโดแบบเดียวกัน เนื่องจากมองว่าเป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างมักอยู่ที่เงื่อนไขการพิจารณา เช่น มาตรการ LTV มูลค่าหลักประกัน และสภาพคล่องของทรัพย์สิน ซึ่งอาจส่งผลต่อวงเงินกู้และดอกเบี้ยที่ได้รับ


ดอกเบี้ยบ้านแบบคงที่กับลอยตัว เลือกแบบไหนดี?

หากต้องการความแน่นอนให้คุมงบผ่อนบ้านได้ง่ายควรเลือกดอกเบี้ยคงที่ แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้และคาดว่าดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงในอนาคต ดอกเบี้ยลอยตัวอาจช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้ โดยดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่นิยมคือ ดอกเบี้ยคงที่ช่วงแรก แล้ววางแผนรีไฟแนนซ์เมื่อครบกำหนด


ดอกเบี้ย MRR คืออะไร ต่างกับ MOR และ MLR อย่างไร?

MRR (Minimum Retail Rate) คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป เช่น สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อบุคคล ต่างจาก MLR (Minimum Loan Rate) ที่นิยมใช้กับลูกค้ารายใหญ่หรือธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างสินเชื่อเพื่อธุรกิจ และ MOR (Minimum Overdraft Rate) ที่ใช้กับสินเชื่อเบิกเกินบัญชี (OD) ซึ่งมักมีอัตราสูงกว่า


ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยบ้าน?

อัตราดอกเบี้ยบ้านขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น นโยบายดอกเบี้ยและสภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนและนโยบายของธนาคาร ประเภทดอกเบี้ยและโปรโมชันที่เลือก รวมถึงคุณสมบัติผู้กู้ มูลค่าหลักประกัน ซึ่งมีผลต่อดอกเบี้ยที่ผู้กู้ได้รับเช่นกัน


ขอลดอัตราดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารได้หรือไม่?

สามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารได้ หลังผ่อนชำระอย่างน้อย 3 ปี โดยเฉพาะในกรณีการขอปรับดอกเบี้ยแบบรีเทนชัน (Retention) สำหรับลูกค้าเดิมที่มีประวัติเครดิตดีและผ่อนชำระตรงเวลา ธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขพิเศษเพื่อรักษาลูกค้าไว้ ทั้งนี้การนำข้อเสนอจากธนาคารอื่นมาเปรียบเทียบก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อรองได้เช่นกัน


รวมข้อควรรู้ก่อนยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย ฉบับชาว BC ตามอ่านต่อได้ที่




เลือกโครงการดีไซน์สวย ลงตัวทุกการใช้ชีวิต ต้องที่ Bangkok CitiSmart

Bangkok CitiSmart


หากคุณกำลังมองหาโครงการบ้านและคอนโดที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ให้ Bangkok CitiSmart บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ช่วยคุณเลือกสรรทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำและดูแลการลงทุน เช่า หรือขายทรัพย์สินได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้าลงทุนได้อย่างมั่นใจในอนาคต


ปรึกษารายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ คลิก!



สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 


📱 โทร: 02-661-8999

💬 Line Official:@bangkokcitismart


ค้นหาคอนโดบนทำเลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดติดรถไฟฟ้า

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดใกล้มหาลัย

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดสุขุมวิท

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดพระราม 4

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดพระราม 9




Bangkok Citismart

Author

Bangkok Citismart

ตัวแทนอสังหา ตัวจริงของคุณ เพราะการขายอสังหาฯ ไม่ใช่แค่ลงประกาศแล้วจบไป ให้ กรุงเทพ ซิตี้สมาร์ท ตัวแทนแบบตัวจริงที่คุณไว้ใจ ดูแลเรื่องขาย ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด แบบครบวงจร