ผ่อนคอนโดสไตล์มนุษย์เงินเดือน จ่ายเดือนละเท่าไหร่ วางแผนอย่างไร

article image

Main Point


  • วิธีวางแผนผ่อนคอนโดให้หมดไว ควรคำนวณรายรับ-รายจ่ายต่อเดือน วางแผนระยะเวลาการกู้ เลือกโครงการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ออมเงินสำหรับเงินดาวน์/ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช็กประวัติเครดิตบูโร พร้อมเปรียบเทียบดอกเบี้ยหลากหลายธนาคาร และควรรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นหลังผ่อนครบ 3 ปี

  • สำหรับคนที่ผ่อนคอนโดอย่างเดียว สามารถคำนวณความสามารถการผ่อนได้จาก (รายได้ต่อเดือน x 40%) เช่น เงินเดือน 40,000 บาท จะผ่อนได้สูงสุด 40,000 x 40% = 16,000 บาทต่อเดือน แต่หากมีหนี้สินอื่นร่วมด้วย ให้คำนวณจาก (รายได้ต่อเดือน x 40%) - ภาระหนี้ที่มี เช่น เงินเดือน 40,000 บาท มีหนี้รถ 8,000 บาท จะผ่อนได้สูงสุด (40,000 x 40%) - 8,000 = 8,000 บาทต่อเดือน




สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง ต้องรู้จักวางแผนการเงินให้รอบคอบ และประเมินค่างวดที่เหมาะสมกับตัวเอง ทาง Bangkok CitiSmart จะพาไปดูวิธีคำนวณยอดผ่อนแบบง่าย ๆ และทริกผ่อนยังไงให้หมดไว โดยที่ยังมีเงินไว้เหลือใช้ เหลือเก็บ และเป็นเจ้าของคอนโดได้แบบสบาย ๆ


เงินเดือนเท่านี้ ควรผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่

การคำนวณยอดผ่อนคอนโดต่อเดือน


หลายคนที่กำลังอยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง แต่ยังกังวลว่าเงินเดือนเท่านี้ ผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ถึงจะดี ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ลองมาเช็กสัดส่วนการผ่อนที่เหมาะสมกับรายได้ของตัวเอง เพื่อให้เป็นเจ้าของคอนโดได้และมีเงินใช้ไปพร้อมกัน ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้ว ธนาคารจะพิจารณาภาระหนี้ต่อเดือนให้ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน


1. วิธีคำนวณกรณีที่ผ่อนคอนโดเพียงอย่างเดียว

สำหรับคนที่ผ่อนคอนโดเพียงอย่างเดียว สามารถคำนวณยอดผ่อนได้ตามสูตร (รายได้ต่อเดือน x 40%) = ยอดผ่อนสูงสุดต่อเดือน


ตัวอย่าง นางสาวญาญ่า มีเงินเดือน 40,000 บาท ธนาคารกำหนดภาระหนี้รวมไม่เกิน 40% ดังนั้นความสามารถในการผ่อนคอนโดจะอยู่ที่ 40,000 x 40% = 16,000 บาทต่อเดือน


2. วิธีคำนวณกรณีที่มีหนี้สินอื่นร่วมด้วย

สำหรับกรณีที่มีหนี้สินอื่นร่วมด้วย เช่น มีหนี้ผ่อนรถอยู่ สามารถคำนวณยอดผ่อนได้ตามสูตร ((รายได้ต่อเดือน x 40%) - ภาระหนี้ที่มี) = ยอดผ่อนสูงสุดต่อเดือน


ตัวอย่าง นางสาวญาญ่า มีเงินเดือน 40,000 บาท มีหนี้ผ่อนรถอยู่เดือนละ 8,000 บาท วงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 40,000 x 40% = 16,000 บาทต่อเดือน ทำให้เหลือความสามารถในการผ่อนคอนโด 16,000-8,000 = 8,000 บาทต่อเดือน


ตารางผ่อนคอนโดเทียบกับเงินเดือน

อัตราเงินเดือน(บาท)
วงเงินกู้สูงสุด (บาท)
ยอดผ่อนคอนโดต่อเดือน (บาท)
15,000
850,000
6,000
20,000
1,140,000
8,000
25,000
1,420,000
10,000
30,000
1,710,000
12,000
35,000
2,000,000
14,000
40,000
2,280,000
16,000
45,000
2,570,000
18,000
50,000
2,850,000
20,000
55,000
3,140,000
22,000
60,000
3,420,000
24,000
65,000
3,710,000
26,000
70,000
4,000,000
28,000
75,000
4,280,000
30,000
80,000
4,570,000
32,000
85,000
4,850,000
34,000
90,000
5,140,000
36,000
95,000
5,420,000
38,000
100,000
5,710,000
40,000


*เพื่อการคำนวณที่แม่นยำมากขึ้น แนะนำ เครื่องมือคำนวณสินเชื่อ โดย Bangkok CitiSmart เพื่อคำนวณยอดชำระต่อเดือนหรือวงเงินกู้ซื้อคอนโด

*ทั้งนี้ วงเงินกู้ดังกล่าวเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น โดยการอนุมัติวงเงินสินเชื่ออาจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เช่น อัตราดอกเบี้ยในช่วงเวลานั้น ระยะเวลากู้ อายุผู้กู้ ภาระหนี้เดิม ประวัติเครดิตบูโร และเงื่อนไขอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร


ค่าใช้จ่ายแฝงนอกจากค่าผ่อนคอนโด

ค่าใช้จ่ายแฝงจากการซื้อคอนโด


1. ค่าดาวน์คอนโด

นอกจากค่าผ่อนคอนโดแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินดาวน์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของราคาคอนโด เป็นเงินก้อนแรกที่ควรเตรียมไว้ให้พร้อม


ตัวอย่าง นางสาวญาญ่า ซื้อคอนโด ABC ที่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างและเปิดขาย ในราคา 3.99 ล้านบาท จึงต้องวางเงินดาวน์ 10% คิดเป็น 399,000 บาท โดยสามารถจ่ายเป็นก้อนหรือแบ่งจ่ายเป็นงวดก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละโครงการ


2. ค่าส่วนกลางรายปี

ค่าส่วนกลางรายปี เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลพื้นที่ส่วนกลางคอนโด เช่น ล็อบบี้ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ รวมถึงการทำความสะอาด และระบบรักษาความปลอดภัย มักเรียกเก็บเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้อง โดยจะคิดตามขนาดห้อง (บาท/ตร.ม.)


ตัวอย่าง นางสาวญาญ่า ซื้อคอนโดขนาด 30 ตร.ม. โครงการคิดค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม. ดังนั้นต้องจ่ายค่าส่วนกลาง 30 x 50 = 1,500 บาท/เดือน หรือ 18,000 บาท/ปี


ทำความเข้าใจค่าส่วนกลางแบบครบทุกมุม ครอบคลุมอะไรบ้าง พร้อมวิธีคำนวณง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดได้ที่ ค่าส่วนกลางคอนโดคืออะไร สำคัญอย่างไร ทำไมต้องจ่าย พร้อมวิธีคำนวณ


3. ค่ากองทุนส่วนกลาง

ค่ากองทุนส่วนกลาง เป็นเงินที่เรียกเก็บครั้งแรกและครั้งเดียวตอนโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นเงินสำรองสำหรับการซ่อมบำรุงใหญ่ในอนาคต เช่น ทาสีอาคาร ซ่อมลิฟต์ หรือกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ


ตัวอย่าง  นางสาวญาญ่า ซื้อคอนโดขนาดห้อง 30 ตร.ม. โครงการกำหนดค่ากองทุนส่วนกลาง 500 บาท/ตร.ม. ดังนั้นต้องจ่ายค่ากองทุนส่วนกลางในวันโอนกรรมสิทธิ์ 500 x 30 = 15,000 บาท


4. ค่าโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนอง

ในวันโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ผู้ซื้อคอนโดจะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระให้กรมที่ดิน เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดจำนอง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ซื้อและผู้ขายอาจแบ่งกันรับผิดชอบตามที่ตกลงกัน


  • ค่าโอนกรรมสิทธิ์: 2% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย

  • ค่าจดจำนอง: 1% ของวงเงินกู้



หมายเหตุ: รัฐบาลได้มีมาตรการ LTV 2568 กระตุ้นการซื้ออสังหาฯ สำหรับคอนโดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือเพียง 0.01% ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2569


5. ค่าประกันอัคคีภัยและประกันสินเชื่อ

หากกู้สินเชื่อคอนโดกับธนาคาร จำเป็นต้องทำประกันอัคคีภัยควบคู่ไปด้วย เป็นหลักประกันให้สถาบันการเงิน เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินจากเหตุไม่คาดฝัน เช่น เพลิงไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม และต้องต่อประกันอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะผ่อนหมดตามสัญญา โดยควรเลือกทุนประกันคิดเป็น 70-100% ของมูลค่าทรัพย์สิน เช่น คอนโด 2,000,000 บาท คือ 1,400,000-2,000,000 บาท


นอกจากนี้ ธนาคารอาจโน้มน้าวให้ทำประกันสินเชื่อ (MRTA) เป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองผู้ขอสินเชื่อ กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพระหว่างผ่อนชำระ เพื่อช่วยลดภาระหนี้ในอนาคต หรืออาจได้ดอกเบี้ยพิเศษ โดยไม่มีการบังคับ แล้วแต่การตัดสินใจของผู้ขอสินเชื่อ


6. ค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมห้อง

หลังจากโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว หลายคนมักมีค่าใช้จ่ายในการตกแต่งห้องเพิ่มเติม เช่น เฟอร์นิเจอร์ บิ้วอิน ผ้าม่าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ห้องสวยงามตามสไตล์ที่ชอบ และตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น จึงควรเผื่องบประมาณสำหรับการตกแต่งไว้ในแผนการเงินตั้งแต่แรก


วิธีวางแผนผ่อนคอนโดให้หมดไว ไม่มีสะดุด

การวางแผนผ่อนคอนโดให้หมดไว


1. คำนวณรายได้และรายจ่ายต่อเดือน

เริ่มต้นจากการเช็กสถานะการเงินของตัวเองก่อน ว่าในแต่ละเดือนมีรายรับเท่าไหร่ และมีค่าใช้จ่ายประจำอะไรบ้าง เพื่อดูว่าสามารถกันเงินมาผ่อนคอนโดได้แค่ไหน โดยทั่วไปไม่ควรให้ภาระเกิน 40% ของรายได้ เพื่อให้ยังมีเงินเหลือใช้จ่ายและออมในชีวิตประจำวัน


2. วางแผนระยะเวลาที่ต้องการกู้

ระยะเวลากู้มีผลกับค่างวดต่อเดือน หากเลือกผ่อนนาน ค่างวดต่อเดือนจะเบาลง แต่ดอกเบี้ยรวมจะสูงขึ้น ในทางกลับกันหากจำนวนปีที่ผ่อนน้อย ค่างวดจะสูง แต่ปิดหนี้ได้ไวขึ้น ดังนั้นจึงควรวางแผนให้เหมาะกับกำลังผ่อนของตัวเองในระยะยาว


3. เลือกโครงการและทำเลที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์

เลือกโครงการจากดีไซน์ รูปแบบ ขนาดห้อง ชื่อเสียงของแบรนด์ มูลค่าการเติบโตในอนาคต และทำเลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เช่น ใกล้ที่ทำงาน ใกล้รถไฟฟ้า หรือแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี


4. ออมเงินสำหรับเงินดาวน์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นอกจากค่าผ่อนคอนโดแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกหลายส่วน เช่น เงินดาวน์ ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอินเทอร์เน็ต หากวางแผนออมเงินล่วงหน้า จะช่วยให้การเงินของเรามีสภาพคล่อง ไม่มีสะดุด


5. เช็กเครดิตบูโรและภาระหนี้ให้เรียบร้อย

อย่าลืมเช็กเครดิตบูโรของตนเองก่อนยื่นกู้ หากชำระหนี้สม่ำเสมอ ตรงเวลา ไม่มีประวัติค้างชำระ โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อก็จะมีสูงขึ้น และอาจได้รับเงื่อนไขดอกเบี้ยที่ดีกว่า ทั้งนี้สามารถศึกษาวิธีการเช็กเครดิตบูโรและประวัติแบล็คลิสต์เพิ่มเติมได้ที่ แบล็คลิสต์ คืออะไร เรื่องสำคัญก่อนกู้เงินซื้อบ้าน-คอนโด


6. เปรียบเทียบดอกเบี้ยสินเชื่อแต่ละธนาคาร

แต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขสินเชื่อที่แตกต่างกันไป เช่น อัตราดอกเบี้ยช่วง 3 ปีแรก ระยะเวลากู้ ค่างวดต่อเดือน และเงื่อนไขหลังหมดโปรโมชัน การเปรียบเทียบธนาคารหลาย ๆ แห่ง จะช่วยให้คุณเลือกข้อเสนอที่คุ้มค่า และเหมาะกับการเงินของตัวเองได้มากที่สุด

อยากผ่อนบ้านให้สบายในงบที่วางไว้ สามารถเช็กข้อมูลดอกเบี้ยและ MRR ล่าสุด ของแต่ละธนาคารได้ที่ อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน-คอนโด พร้อม MRR ทุกธนาคารล่าสุด


7. ควรรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นหลังครบ 3 ปี 

เมื่อผ่อนมาจนครบช่วงดอกเบี้ยโปรโมชัน ซึ่งมักอยู่ที่ 3 ปีแรก หลังจากนั้นควรพิจารณารีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ หรือรีเทนชั่นกับธนาคารเดิม เพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง วิธีนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และทำให้ผ่อนคอนโดหมดได้เร็วขึ้น


รวมคำถามน่ารู้เกี่ยวกับการผ่อนคอนโด

ต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำเท่าไรถึงจะผ่อนคอนโดได้?

โดยทั่วไปถ้าจะผ่อนคอนโด ควรมีเงินเดือนประมาณ 15,000 บาทขึ้นไป และควรมีภาระหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้ยังมีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่นและเก็บออม


สามารถผ่อนคอนโดได้นานสูงสุดกี่ปี?

ส่วนใหญ่ธนาคารให้ผ่อนคอนโดได้นานสูงสุดประมาณ 30-40 ปี หรือจนถึงอายุผู้กู้ที่กำหนด มักไม่เกินประมาณ 60-70 ปี แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน


สามารถผ่อนคอนโดขั้นต่ำเดือนละเท่าไหร่?

ค่างวดผ่อนคอนโดขั้นต่ำต่อเดือน ขึ้นอยู่กับราคาคอนโด วงเงินกู้ และระยะเวลาผ่อน โดยทั่วไปเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักพันบาทต่อเดือน ทั้งนี้ควรเลือกยอดที่ผ่อนไหวในระยะยาว


ผ่อนคอนโด กับ ผ่อนดาวน์คอนโด ต่างกันหรือไม่?

ต่างกัน การผ่อนคอนโด คือ การขอสินเชื่อและผ่อนชำระเป็นรายเดือนกับธนาคารจนสิ้นสุดสัญญา โดยเริ่มจ่ายหลังจากโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนการผ่อนดาวน์คอนโด เป็นการจ่ายเงินก้อนหรือผ่อนเงินส่วนหนึ่งกับโครงการโดยตรงก่อน มักเป็นช่วงเปิดขายแบบ Pre-sale เพื่อมัดจำจองสิทธิ์ระหว่างรอห้องสร้างเสร็จ


ถ้าผ่อนคอนโดต่อไม่ไหว ควรทำอย่างไร?

ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ รีไฟแนนซ์ ขยายระยะเวลาผ่อน เจรจาขอลดดอกเบี้ย หรืออาจพิจารณาปล่อยเช่าหรือขายต่อ เพื่อลดภาระและป้องกันปัญหาหนี้เสียในอนาคต


วางแผนก่อนผ่อนคอนโดสบาย ฉบับชาว BC อ่านต่อได้ที่





เลือกคอนโดน่าอยู่ บนทำเลคุณภาพ ต้องที่ Bangkok CitiSmart

เลือกคอนโดน่าอยู่ บนทำเลคุณภาพ ต้องที่ Bangkok CitiSmart


หากคุณกำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ให้ Bangkok CitiSmart บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ช่วยคุณเลือกสรรทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำและดูแลการลงทุน เช่า หรือขายทรัพย์สินได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้าลงทุนได้อย่างมั่นใจในอนาคต



ปรึกษารายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ คลิก!




สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

📱 โทร: 02-661-8999

💬 Line Official:@bangkokcitismart


ค้นหาคอนโดบนทำเลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดติดรถไฟฟ้า

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดพระราม 9

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดพระราม 4

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดสุขุมวิท

📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดอ่อนนุช



Bangkok CitiSmart

Author

Bangkok CitiSmart

ตัวแทนอสังหา ตัวจริงของคุณ เพราะการขายอสังหาฯ ไม่ใช่แค่ลงประกาศแล้วจบไป ให้ กรุงเทพ ซิตี้สมาร์ท ตัวแทนแบบตัวจริงที่คุณไว้ใจ ดูแลเรื่องขาย ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด แบบครบวงจร