Main Point
การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การยื่นขอสินเชื่อบ้านที่ยังคงผ่อนชำระอยู่จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ที่ให้ข้อเสนอเรื่องดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ดีกว่า เมื่อผ่อนบ้านมาแล้ว อย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป เพื่อช่วยลดดอกเบี้ย และลดค่างวดรายเดือน ทำให้ผ่อนบ้านได้สบาย ปิดจบหนี้ได้ไวมากขึ้น
การรีไฟแนนซ์สามารถทำได้ทุกช่วงเวลาและทำได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่หากรีไฟแนนซ์ก่อนครบ 3 ปี อาจต้องเสียค่าปรับประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ นอกจากนี้ ผู้กู้ยังสามารถเลือกเจรจาการทำรีเทนชั่นกับธนาคารเดิม เพื่อขอลดดอกเบี้ยโดยไม่ต้องย้ายธนาคาร ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
สำหรับใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ อาจจะเคยได้ยินคำว่า รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) มาบ้าง แต่ก็ยังลังเล ไม่แน่ใจว่าจำเป็นไหม หรือทำแล้วจะคุ้มจริงหรือเปล่า? Bangkok CitiSmart จะพาไปไขข้อสงสัยเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านแบบง่าย ๆ เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ไปจนถึงวิธีตัดสินใจว่า ตอนไหนควรรีไฟแนนซ์ เพื่อให้คนผ่อนบ้านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
การรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงไหม?

การรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำเรื่องขอสินเชื่อบ้านจากธนาคารใหม่ที่เสนอเงื่อนไขดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เพื่อลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว ซึ่งถือเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของการผ่อนบ้าน
โดยการรีไฟแนนซ์สามารถช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้จริง เนื่องจากช่วงแรกของสินเชื่อบ้านมักเป็นอัตราดอกเบี้ยโปรโมชันที่ค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อครบกำหนด 3 ปี อัตราดอกเบี้ยจะปรับเป็นแบบลอยตัว และอิงตามค่า MRR ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งทำให้ดอกเบี้ยและค่าผ่อนบ้านมักสูงขึ้น
รีไฟแนนซ์บ้านสามารถทำได้ตอนไหน?

การรีไฟแนนซ์บ้านสามารถทำได้เมื่อผ่อนบ้านกับธนาคารเดิมมาแล้วอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป เนื่องจากในช่วง 3 ปีแรก สินเชื่อบ้านมักติดเงื่อนไขสัญญา หากรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด อาจต้องเสียค่าปรับการปิดบัญชีก่อนกำหนด ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ* ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
รีไฟแนนซ์บ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

แม้การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดดอกเบี้ยในระยะยาวได้ แต่ก่อนตัดสินใจ ผู้กู้ควรทราบว่า การรีไฟแนนซ์ยังมีค่าใช้จ่าย 5-6 ส่วนที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อประเมินความคุ้มค่าให้รอบด้าน ซึ่งค่าใช้จ่ายหลัก ๆ มีดังนี้
ค่าประเมินราคาหลักประกัน: ธนาคารใหม่จะมีการประเมินมูลค่าบ้านหรือคอนโดก่อนอนุมัติสินเชื่อ ประมาณ 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและมูลค่าของทรัพย์สิน
ค่าธรรมเนียมธนาคาร: บางธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าดำเนินการ ค่าจัดทำนิติกรรม ซึ่งอัตราและเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน
ค่าประกันอัคคีภัย: สำหรับคุ้มครองทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน โดยมีค่าใช้จ่ายตามวงเงินกู้ ประมาณ 1,000-3,000 บาทต่อปี
ค่าจดจำนอง: ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กรมที่ดิน คิดเป็น 1% ของวงเงินจำนอง ซึ่งปัจจุบันมีมาตรการ LTV ลดเหลือ 0.01% จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำหรับบ้านและคอนโดที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท
ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.05% ของวงเงินกู้
อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านปี 2569 ทุกธนาคาร
| ธนาคาร | อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี* | วงเงินกู้สูงสุด | ดอกเบี้ย MRR | ระยะเวลากู้ (ปี) |
| ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) | 2.733% | พิจารณาตามหลักเกณฑ์ | 6.195% | 40 ปี |
| ธนาคารกรุงศรีอยุธยา | 2.75% | 100% | 6.770% | 30 ปี |
| ธนาคารกรุงไทย | 2.79% | 100% | 6.945% | 40 ปี |
| ธนาคารเกียรตินาคินภัทร | 2.85% | 100% | 7.500% | 30 ปี |
| ธนาคารทหารไทยธนชาต | 2.95% | 100% | 7.205% | 35 ปี |
| ธนาคารกรุงเทพ | 2.98% | 100% | 6.600% | 35 ปี |
| ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ | 3.05% | 100% | 8.230% | 35 ปี |
| ธนาคารกสิกร | 3.29% | 100% | 6.680% | 30 ปี |
| ธนาคารไทยพาณิชย์ | 3.64% | 100% | 6.675% | 30 ปี |
| ธนาคารออมสิน | 4.395% | 110% | 6.195% | 40 ปี |
*อัปเดตอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ณ กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และขึ้นอยู่กับคุณสมบัติผู้กู้ วงเงิน และราคาประเมิน โปรดตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคารก่อนตัดสินใจ
รวม 10 สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ เลือกธนาคารไหนดี

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส - GHB)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดตัวสินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2569 ระยะเวลาผ่อนไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 1.75% ต่อปี สำหรับผู้ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA/MLTA) เฉพาะผู้ยื่นคำขอระหว่าง 5 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 และต้องทำนิติกรรมให้แล้วเสร็จภายใน 30 เมษายน 2569
ที่มา: ธนาคารอาคารสงเคราะห์
2. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)
สำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จาก กรุงศรี มอบอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.750% พร้อมสิทธิพิเศษฟรีค่าประเมินหลักประกัน มูลค่า 3,210 บาท ในวงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท โดยเลือกระยะเวลาผ่อนได้ตั้งแต่ 5-30 ปี และสำหรับลูกค้าที่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA/MLTA) รับสิทธิ์ ฟรีค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้อนุมัติ หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท เฉพาะผู้ยื่นคำขอระหว่าง 1 มกราคม - 30 เมษายน 2569 เท่านั้น
ที่มา: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
3. ธนาคารกรุงไทย (KTB)
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จากธนาคารกรุงไทย ชูจุดเด่นผ่อนสบาย เริ่มต้นเพียงล้านละ 3,500 บาทต่อเดือนในปีแรก โดยมอบดอกเบี้ยพิเศษ ปีแรกเริ่มต้น 1.53% ต่อปี และดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.79% สำหรับบ้านราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป และผู้ทำประกัน พร้อมรับสิทธิ์ฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักทรัพย์ โดยเปิดรับถึง 31 มีนาคม 2569 และต้องทำนิติกรรมภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ
ที่มา: ธนาคารกรุงไทย
4. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP)
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เสนอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉลี่ย 3 ปีแรกเริ่มต้น 2.85% ต่อปี* เลือกระยะเวลาผ่อนได้นานสูงสุด 30 ปี พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 3 ปี เมื่อคงสัญญากับธนาคารอย่างน้อย 5 ปี ค่าอากรแสตมป์ และค่าจดจำนอง
ที่มา: ธนาคารเกียรตินาคินภัทร
5. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จากธนาคารทหารไทยธนชาต เปิดให้เลือกแผนดอกเบี้ยได้ตามสไตล์การผ่อน ทั้งสายโปะ ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเริ่ม 1.50% ต่อปี, สายเป๊ะ ดอกเบี้ยอัตราเดียวตลอดสัญญาเริ่ม 3.19% ต่อปี และสายชัวร์ ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกเริ่ม 2.89% ต่อปี พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยและค่าประเมินหลักทรัพย์ สำหรับลูกค้าที่ยื่นกู้ระหว่าง 14 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 และต้องจดจำนองให้แล้วเสร็จภายใน 30 เมษายน 2569
ที่มา: ธนาคารทหารไทยธนชาต
6. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
ธนาคารกรุงเทพ เสนอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านสำหรับหลักประกันมูลค่า ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมสิทธิพิเศษเมื่อสมัครประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) รับฟรีค่าสำรวจและค่าประเมินราคาหลักประกัน มูลค่าอย่างน้อย 3,000 บาทต่อแปลง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์
ที่มา: ธนาคารกรุงเทพ
7. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ (LH Bank)
สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์จาก ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ มอบทางเลือกดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก สำหรับผู้ทำประกัน MRTA/MLTA เริ่มต้นปีแรกเพียง 1.59% ต่อปี และดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 2.95% ขณะที่ผู้ไม่ทำประกันเลือกดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกได้ที่ 3.05% ต่อปี พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยนาน 3 ปี สำหรับผู้ยื่นคำขอระหว่าง 1 มกราคม - 30 เมษายน 2569
ที่มา: ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์
8. ธนาคารกสิกรไทย (KBank)
สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารกสิกรไทย สำหรับวงเงินตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ผ่อนเริ่มต้น 3,000 บาทต่อเดือน มอบดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% สำหรับปีแรก โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.29% ต่อปี พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าจดจำนอง สำหรับผู้ยื่นคำขอในช่วง 1 มกราคม - 31 มีนาคม 2569
ที่มา: ธนาคารกสิกรไทย
9. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ มาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นปีแรก 1.49% ต่อปี และดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 3.64% พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรีค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักประกัน และประกันอัคคีภัยคุ้มครองนาน 3 ปี สำหรับผู้ยื่นคำขอระหว่าง 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2569
ที่มา: ธนาคารไทยพาณิชย์
10. ธนาคารออมสิน (GSB)
สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านจากธนาคารออมสิน เปิดให้ขอวงเงินกู้ได้สูงสุด ไม่เกิน 110% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ ในกรณีที่ทำประกัน พร้อมอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 4.395% ต่อปี สำหรับผู้ยื่นคำขอตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ที่มา: ธนาคารออมสิน
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยจัดการภาระผ่อนบ้านให้เหมาะกับสถานะของเราในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งข้อดีดังนี้
1. ดอกเบี้ยบ้านถูกลง
การรีไฟแนนซ์ช่วยให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม โดยเฉพาะหลังพ้นช่วงดอกเบี้ยโปรโมชันในช่วงปีแรก ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาลดลง และประหยัดเงินได้มากขึ้น
2. ค่างวดผ่อนบ้านรายเดือนลดลง
เมื่อดอกเบี้ยถูกลง ยอดผ่อนต่อเดือนก็จะลดลงตาม ช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายเบาลง มีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น และบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
3. ปิดยอดผ่อนบ้านได้เร็วขึ้น
แม้ผ่อนค่างวดเท่าเดิม แต่การรีไฟแนนซ์อาจทำให้ได้ดอกเบี้ยลดลง และเงินที่จ่ายแต่ละงวดจะถูกนำไปตัดเงินต้นมากขึ้น ส่งผลให้ยอดหนี้ลดเร็ว และมีโอกาสผ่อนบ้านหมดก่อนกำหนด
4. อาจได้วงเงินเพิ่ม
ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติวงเงินตามอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน ซึ่งอาจทำให้ผู้กู้ได้รับ วงเงินส่วนต่าง เมื่อเทียบกับยอดหนี้คงเหลือปัจจุบัน แต่หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพิ่ม สามารถขอปรับวงเงินให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มภาระผ่อนชำระรายเดือนโดยไม่จำเป็น
ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์บ้าน

แม้การรีไฟแนนซ์บ้านจะช่วยลดดอกเบี้ยและภาระการผ่อนในระยะยาวได้ แต่ก็มีข้อควรพิจารณาที่ผู้กู้ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อประเมินความคุ้มค่าให้รอบด้าน
1. ต้องใช้เอกสารและเวลาเหมือนขอสินเชื่อบ้านใหม่
กระบวนการรีไฟแนนซ์ต้องเตรียมเอกสารหลายรายการ และใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งผู้กู้จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า และจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ให้รอบคอบ
2. มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรีไฟแนนซ์
การรีไฟแนนซ์ต้องมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าประเมินราคา ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งผู้กู้ต้องเตรียมเงินก้อนหนึ่งล่วงหน้า หากคำนวณไม่ดีหรือตัดสินใจรีไฟแนนซ์ก่อนครบ 3 ปี ธนาคารเดิมอาจเรียกเก็บค่าปรับประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ และทำให้การรีไฟแนนซ์ไม่คุ้มค่า
6 ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน
1. ตรวจสอบสัญญาเงินกู้กับธนาคารเดิม

ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตรวจสอบสัญญาเงินกู้กับธนาคารเดิมให้ละเอียด โดยเฉพาะเงื่อนไขระยะเวลาสัญญา และค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนดว่า ปัจจุบันผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้วหรือยัง เนื่องจากในช่วง 3 ปีแรก สินเชื่อบ้านมักมีเงื่อนไขผูกพัน หากรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด อาจต้องเสียค่าปรับประมาณ 2-3% ของยอดหนี้คงเหลือ
2. พิจารณาข้อเสนอรีไฟแนนซ์ของแต่ละธนาคาร

หลังจากทราบเงื่อนไขสินเชื่อเดิมแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ เปรียบเทียบข้อเสนอรีไฟแนนซ์จากหลายธนาคาร เพื่อเลือกเงื่อนไขที่เหมาะกับสถานะการเงินของตัวเองมากที่สุด ควรพิจารณาภาพรวมของสัญญารอบด้าน
โดยประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาคือ อัตราดอกเบี้ยในช่วงโปรโมชัน ระยะเวลาที่ดอกเบี้ยคงที่ อัตราดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชัน เงื่อนไขการปรับดอกเบี้ยในอนาคต ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อให้การรีไฟแนนซ์ช่วยลดภาระการผ่อนบ้านในระยะยาว
3. เตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน

เอกสารรีไฟแนนซ์บ้านสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก เพื่อให้ธนาคารใช้พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ และมูลค่าหลักประกัน
3.1 เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้กู้ ผู้กู้ร่วม หรือคู่สมรส
สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาทะเบียนสมรส ใบหย่า และใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
เอกสารของคู่สมรส (กรณีจดทะเบียนสมรส)
3.2 เอกสารแสดงรายได้และฐานะทางการเงิน
กรณีพนักงานประจำ
สลิปเงินเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือน (อายุไม่เกิน 2 เดือน)
รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง (Statement) 6 เดือน
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กรณีอาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวกร)
กรณีธุรกิจส่วนตัว หรือเจ้าของกิจการ
หนังสือรับรองนิติบุคคลและทะเบียนการค้า (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
รายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือบริคณห์สนธิ
รายการเดินบัญชีบุคคลและบัญชีกิจการย้อนหลัง (Statement) 6 เดือน
งบการเงินย้อนหลัง (ตามที่ธนาคารกำหนด)
เอกสารภาษี หรือเอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)
3.3 เอกสารเกี่ยวกับบ้านหรือหลักประกัน
สำเนาโฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด
สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญาซื้อขาย
สำเนาสัญญากู้จากธนาคารเดิม
สำเนาสัญญาจำนอง
ใบเสร็จหรือหลักฐานการผ่อนค่างวดล่าสุด (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
แผนที่ตั้งหลักประกันโดยสังเขป
3.4 เอกสารที่ธนาคารอาจขอเพิ่มเติม
รายงานการประเมินราคาบ้าน
กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย
เอกสารแสดงยอดหนี้หรือภาระหนี้สินปัจจุบัน
เอกสารรายได้หรือทรัพย์สินเพิ่มเติม (ถ้ามี)
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
4. ยื่นคำขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่

สำหรับการยื่นคำขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ สามารถติดต่อผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคารที่เลือกไว้ หลังจากยื่นคำขอแล้ว ธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล รายได้ ประวัติการชำระหนี้ และเอกสารหลักประกัน เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ พร้อมทั้งพิจารณาเงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะสมให้ตรงกับแผนการเงินของตนเอง
5. เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการรีไฟแนนซ์

ก่อนดำเนินการรีไฟแนนซ์บ้าน ผู้กู้ควรเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรีไฟแนนซ์ อาทิ ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าจดจำนอง ค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของธนาคาร
6. ทำสัญญาและจดจำนองกับธนาคารใหม่

เมื่อสินเชื่อรีไฟแนนซ์ได้รับการอนุมัติแล้ว จากนั้นจะมีการทำสัญญาเงินกู้และจดจำนองกับธนาคารใหม่ โดยธนาคารจะแจ้งวันนัดหมายเพื่อดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดิน ซึ่งในวันจดจำนอง ผู้กู้จะต้องลงนามในสัญญาเงินกู้ใหม่ และชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าจดจำนองและค่าอากรแสตมป์ หลังจากนั้นธนาคารใหม่จะนำเงินไปปิดยอดหนี้กับธนาคารเดิม เพื่อโอนภาระจำนองมาอยู่ภายใต้สัญญาใหม่
รวมคำถามน่ารู้เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน
รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมได้หรือไม่?
การรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเดิมสามารถทำได้ แต่จะเรียกเป็นการรีเทนชั่น (Retention) เพื่อขอลดดอกเบี้ยหรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขตามสัญญา โดยไม่ต้องเสียเวลายื่นเอกสารใหม่อีกครั้ง
บ้านหนึ่งหลัง สามารถรีไฟแนนซ์ได้กี่ครั้ง?
บ้านหนึ่งหลัง สามารถรีไฟแนนซ์ได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าธนาคารอนุมัติหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่มักจะรีไฟแนนซ์เมื่อครบสัญญาโปรโมชันดอกเบี้ยใน 3 ปีแรก
รีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงินคืออะไร?
รีไฟแนนซ์บ้านเพิ่มวงเงิน (Refinance Cash-Out) คือการยื่นขอสินเชื่อใหม่จากบ้านหลังเดิมที่ยังผ่อนอยู่ เพื่อลดดอกเบี้ย พร้อมขอวงเงินกู้เพิ่มโดยใช้ส่วนต่างราคาประเมินบ้านที่สูงขึ้นเทียบกับยอดหนี้คงเหลือเป็นเงินก้อน เพื่อนำไปปิดหนี้อื่น ต่อเติมบ้าน ต่อยอดธุรกิจ หรือสำรองค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามแผนการเงินของตนเอง
รีไฟแนนซ์กับรีเทนชั่นต่างกันอย่างไร?
รีไฟแนนซ์ คือการย้ายสินเชื่อไปยังธนาคารใหม่เพื่อขอลดดอกเบี้ยหรือปรับเงื่อนไข โดยมักมีค่าใช้จ่ายด้านการโอนและจดจำนอง รวมถึงต้องยื่นเอกสารใหม่อีกครั้ง ส่วนรีเทนชั่น คือการอยู่กับธนาคารเดิม แล้วขอปรับลดดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขใหม่ โดยมีขั้นตอนง่ายและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า
รวมข้อควรรู้ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้านให้ผ่านฉลุย ฉบับชาว BC ตามอ่านต่อได้ที่
เลือกโครงการดีไซน์สวย ลงตัวทุกการใช้ชีวิต ต้องที่ Bangkok CitiSmart

หากคุณกำลังมองหาโครงการบ้านและคอนโดที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ให้ Bangkok CitiSmart บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ช่วยคุณเลือกสรรทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำและดูแลการลงทุน เช่า หรือขายทรัพย์สินได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้ลูกค้าลงทุนได้อย่างมั่นใจในอนาคต
ปรึกษารายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ คลิก!
สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
📱 โทร: 02-661-8999 💬 Line Official:@bangkokcitismart ค้นหาคอนโดบนทำเลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ 📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดติดรถไฟฟ้า 📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดใกล้มหาลัย 📍 รวมประกาศซื้อขายคอนโดสุขุมวิท



