ข่าวสาร

วันที่ 10 ตุลาคม 2562

BTS รับหนี้แสนล้าน-ลดค่าตั๋ว แลกสัมปทาน

ใกล้เซ็นสัญญาเร็ว ๆ นี้ สำหรับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวมูลค่าแสนล้าน ระหว่าง “กทม.” กับ “BTSC หรือ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ” ผู้รับสัมปทาน

BTS.jpg

บิ๊กป๊อก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การดำเนินการของคณะกรรมการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างเสนอให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพิจารณาและให้หน่วยงานต่าง ๆ ดูว่าจะมีข้อคิดเห็นอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ถึงจะลงนามในสัญญาได้ ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ แต่ทุกอย่างต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
 
ขณะที่ คีรี กาญจนพาสน์ บอสใหญ่ BTS กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเมื่อเปิดบริการส่วนต่อขยายครบแล้วจะเป็นเส้นทางที่มีระยะทางยาวมาก ขณะนี้รอการอนุมัติสัมปทานกับ กทม. ระยะเวลา 30 ปีนับจากที่สัญญาเดิมสิ้นสุดในปี 2572 ซึ่งในเงื่อนไข BTS จะต้องรับภาระหนี้แทน กทม.และเก็บค่าโดยสารสูงสุด 65 บาท ลดลงจากราคาเดิม 158 บาท ซึ่งบริษัทก็ยอมรับข้อเสนอแล้ว รอการอนุมัติจาก ครม.

“สัมปทานเราไม่ได้มาเฉย ๆ ต้องออกเงินอีกกว่า 1 แสนล้านบาทแทน กทม. ซึ่งเป็นภาระหนี้จากค่างานโยธาส่วนต่อขยายใหม่รับโอนมาจาก รฟม. ยังมีดอกเบี้ย เราลงทุนค่างานระบบ และต่อไปก็ต้องสั่งซื้อรถเพิ่มอีกด้วย”

คีรี-กาญจนพาสน์.jpg                                                               คีรี กาญจนพาสน์

สำหรับผลการเจรจาที่มีข้อยุติร่วมกัน กทม.-บีทีเอส จะร่วมทุนกันในรูปแบบ PPP net cost ระยะเวลา 30 ปี วงเงินกว่า 1.1 แสนล้านบาท โดยบีทีเอสจะลงทุนงานระบบกว่า 20,000 ล้านบาท และรับภาระหนี้ก้อนโตแทน กทม.ในทันทีหลังจากเซ็นสัญญา

ไม่ว่าจะเป็นงานโยธาส่วนต่อขยาย 2 ช่วง วงเงิน 60,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 10,000 ล้านบาท การขาดทุนจากการดำเนินการงานส่วนต่อขยาย 10 ปี วงเงิน 21,133 ล้านบาท

เพื่อแลกกับการขยายสัญญาสัมปทานเส้นทางหลักที่บีทีเอสยังเหลือ 10 ปี โดยขยายสัญญาออกไปอีก 30 ปี นับจากสัมปทานเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 4 ธ.ค. 2572

ส่วนต่อขยายทั้งช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง, ตากสิน-บางหว้า, แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต สัญญาจ้างบีทีเอสเดินรถจะสิ้นสุดพร้อมกับสัมปทานเดิม จากนั้นจะนำทั้งสายทางหลักและส่วนต่อขยายมารวมเป็นสัมปทานเดียวกัน และเริ่มต้นสัมปทานใหม่นับหนึ่งวันที่ 5 ธ.ค. 2572 ถึงวันที่ 4 ธ.ค. 2602

ในส่วนของค่าโดยสารจะปรับจากในปัจจุบันที่ BTS เก็บ 16-44 บาท และ กทม. เก็บส่วนต่อขยายเดิม 15 บาท และส่วนต่อขยายหมอชิต-คูคต เก็บ 15-60 บาท และแบริ่ง-สมทุรปราการอีก 15-39 บาท รวมเป็น 158 บาท จะเก็บให้เป็นอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง คิดค่าแรกเข้าครั้งเดียว 15 บาท เก็บสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และปรับค่าโดยสารขึ้นทุก 2 ปี

BTS-2.jpg

“ค่าโดยสารเส้นทางหลักยังเก็บเท่าเดิมที่ 16-44 บาท เพราะ BTS นำส่วนนี้เข้าไปอยู่ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว แต่จะเก็บส่วนต่อขยายที่ 20 บาทตลอดสาย รวมกันไม่เกิน 65 บาท ซึ่ง กทม.จะรับภาระค่าโดยสารส่วนที่ปรับลด ซึ่งโครงสร้างราคาใหม่จะเริ่มใช้หลังเซ็นสัญญา คาดว่าจะทันเปิดใช้สายสีเขียวช่วงหมอชิต-คูคตในเดือน ธ.ค.นี้ที่จะเปิดถึงสถานี ม.เกษตรศาสตร์ เพราะบีทีเอสเดินรถสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการให้ฟรีอยู่ในปัจจุบัน”

โดย กทม.จะนำรายได้ที่จะได้รับส่วนแบ่งจาก BTS ในปี 2573 คาดว่าตลอด 30 ปีจะมีรายได้ประมาณ 1 แสนล้านบาทมาชำระคืนให้กับบีทีเอสที่หาเงินมาจ่ายหนี้แทน กทม.ไปก่อน

เป็นข้อตกลงที่ “วิน-วิน” ทั้ง "กทม. - บีทีเอส" ส่วนผู้ใช้บริการจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน รอดูผลตอบรับค่าโดยสารเก็บตามโครงสร้างใหม่ปลายปีนี้

ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามอัพเดทข่าวสารในวงการอสังหาฯ ทั้งหมดได้ที่
https://www.bkkcitismart.com/ข่าว

#news #BC #BangkokCitiSmart
อ่านเพิ่มเติม